· ArumStores · LED Knowledge · 2 min read
ไฟเส้น LED 12V vs 24V ต่างกันยังไง? เลือกอันไหนดี?
เปรียบเทียบไฟเส้น LED 12V กับ 24V ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ พร้อมแนะนำว่าควรเลือกใช้แบบไหนในแต่ละสถานการณ์

ทำไมต้องสนใจเรื่องแรงดันไฟ?
เวลาเลือกซื้อไฟเส้น LED หลายคนอาจสังเกตว่ามีทั้งรุ่น 12V และ 24V แล้วมันต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนดีกว่ากัน? บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องเป็นช่างไฟก็อ่านรู้เรื่อง
แรงดันไฟฟ้า (Voltage) คือแรงดันที่ใช้ขับเคลื่อนไฟ LED ให้ทำงาน ยิ่งแรงดันสูง กระแสไฟที่ไหลผ่านสายก็ยิ่งน้อย ซึ่งมีผลต่อหลายเรื่องที่เราจะพูดถึงต่อไป
ไฟเส้น LED 12V
ข้อดี
- หาซื้อง่าย — 12V เป็นมาตรฐานเก่าที่มีมานาน หาอุปกรณ์เสริมง่าย
- ระยะตัดสั้นกว่า — ตัดแบ่งได้ละเอียดกว่า ทุกๆ 25mm หรือ 16.7mm ทำให้พอดีกับพื้นที่มากขึ้น
- ปลอดภัยกว่าเล็กน้อย — แรงดันต่ำกว่าจึงปลอดภัยกว่าในกรณีสัมผัสสายไฟ
- เหมาะกับงานเล็กๆ — ติดตู้โชว์ ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ
ข้อเสีย
- Voltage Drop มากกว่า — ยิ่งต่อยาว แสงจะหรี่ลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเกิน 5 เมตร
- กระแสไฟสูงกว่า — ที่กำลังไฟเท่ากัน 12V จะกินกระแสมากกว่า 24V เป็น 2 เท่า ทำให้สายไฟร้อนง่ายกว่า
- ไม่เหมาะกับงานยาว — ถ้าต้องต่อเกิน 5 เมตร ต้องเดินสายเพิ่มหรือใช้ Power Supply หลายตัว
สินค้า 12V ของ ArumStores
- COB LED Strip 320C 12V — ไฟเส้น COB 12V คุณภาพสูง
- Neon Flex 0612 12V — นีออนเฟล็กซ์ขนาดเล็ก 12V
- ARUM Core Power Supply 12V — หม้อแปลง 12V
- Arum Waterproof Power Supply 12V — หม้อแปลง 12V กันน้ำ
ไฟเส้น LED 24V
ข้อดี
- Voltage Drop น้อยกว่า — ต่อยาวได้มากกว่าโดยแสงยังสม่ำเสมอ ต่อได้ถึง 10 เมตรต่อเส้น
- กระแสไฟต่ำกว่า — ที่กำลังไฟเท่ากัน กระแสน้อยกว่า 12V ครึ่งหนึ่ง สายไฟร้อนน้อยกว่า ปลอดภัยกว่า
- รุ่นให้เลือกเยอะกว่า — ไฟเส้น LED รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่เป็น 24V เพราะข้อดีด้านเทคนิค
- เหมาะกับงานใหญ่ — ห้องกว้าง ฝ้าเพดานยาว บันได หรือภายนอกอาคาร
ข้อเสีย
- ระยะตัดยาวกว่า — ตัดแบ่งได้ทุกๆ 32mm ขึ้นไป ละเอียดน้อยกว่า 12V เล็กน้อย
- ต้องใช้ Power Supply 24V โดยเฉพาะ — ห้ามใช้ร่วมกับ 12V เด็ดขาด จะทำให้ไฟเส้นเสียหาย
สินค้า 24V ของ ArumStores
- COB LED Strip 480C 24V — รุ่นยอดนิยม สว่างสม่ำเสมอ
- COB LED Strip 528C 24V — สว่างขึ้นอีกระดับ
- COB LED Strip 1280C 24V — สว่างจัด LED ถี่มาก
- COB Strip Light RGBW 24V — เปลี่ยนสีได้ + แสงขาว
- ARUM Hyper Switching Power Supply 24V — หม้อแปลง 24V ประสิทธิภาพสูง
- ARUM Core Power Supply 24V — หม้อแปลง 24V รุ่นมาตรฐาน
เปรียบเทียบ 12V vs 24V แบบเห็นภาพ
| หัวข้อ | 12V | 24V |
|---|---|---|
| Voltage Drop | มาก | น้อย |
| ต่อยาวได้ | ~5 เมตร | ~10 เมตร |
| กระแสไฟ (ที่กำลังเท่ากัน) | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
| ระยะตัด | สั้นกว่า (ละเอียดกว่า) | ยาวกว่า |
| รุ่นให้เลือก | น้อยกว่า | เยอะกว่า |
| เหมาะกับ | งานเล็ก, ตู้, ชั้นวาง | งานใหญ่, ฝ้าเพดาน, บันได |
Voltage Drop คืออะไร? ทำไมสำคัญ?
Voltage Drop คือปรากฏการณ์ที่แรงดันไฟลดลงเมื่อไฟเส้นยาวขึ้น ทำให้ปลายเส้นสว่างน้อยกว่าต้นเส้น
ลองนึกภาพน้ำไหลในท่อ — ยิ่งท่อยาว แรงดันน้ำที่ปลายท่อก็ยิ่งอ่อน ไฟเส้นก็เหมือนกัน
วิธีแก้ Voltage Drop:
- ใช้ 24V แทน 12V
- จ่ายไฟจากทั้งสองด้าน (dual-end feeding)
- ใช้สายไฟ AWG Wire ขนาดใหญ่ขึ้น
- แบ่งเป็นหลายเส้น แต่ละเส้นจ่ายไฟแยก
แล้วควรเลือกอันไหนดี?
เลือก 12V ถ้า:
- ต้องการติดระยะสั้นๆ ไม่เกิน 3-5 เมตร
- ติดในตู้ ชั้นวาง หรือพื้นที่เล็กๆ
- มี Power Supply 12V อยู่แล้ว
- ต้องการตัดแบ่งได้ละเอียดมาก
เลือก 24V ถ้า:
- ต้องการติดระยะยาว 5-10 เมตร
- ติดรอบฝ้าเพดาน บันได หรือพื้นที่กว้าง
- ต้องการแสงสม่ำเสมอตลอดเส้น
- เริ่มต้นใหม่ ยังไม่มีอุปกรณ์เดิม (แนะนำ 24V เลย)
คำแนะนำจาก ArumStores
ถ้าถามเรา เราแนะนำ 24V สำหรับงานส่วนใหญ่ เพราะ:
- Voltage Drop น้อยกว่า = แสงสม่ำเสมอกว่า
- รุ่นให้เลือกเยอะกว่า
- เป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่ใช้
⚠️ ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ 12V กับ 24V ปนกัน — ถ้าต่อไฟเส้น 12V กับ Power Supply 24V ไฟเส้นจะเสียหายทันที
- ต้องใช้ Power Supply ที่ตรงรุ่น — ตรวจสอบแรงดันบนตัวไฟเส้นและ Power Supply ให้ตรงกันเสมอ
- คำนวณกำลังไฟให้เหลือ 20% — ถ้าไฟเส้นกิน 48W ควรใช้ Power Supply อย่างน้อย 60W
สงสัยเรื่องการเลือกแรงดันไฟ? ติดต่อทีม ArumStores ได้เลย เราช่วยคำนวณและแนะนำให้ฟรี!



